[AHA]-ev.รายงานฉบับจับห่าน

posted on 13 Nov 2012 20:44 by annariae-cheri
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ...
 
 
แบบว่า ส่งไปสองเอนทรี่เลย คือจับห่าน กับเพลง... ของลิดา...
 
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

รายงานฉบับจับห่าน

                “คำง่ายๆแต่ความหมายสุดลึกล้ำ คำง่ายๆที่เธอใช้ประจำ ซ้ำไปซ้ำมา...”

                เสียงเพลงที่เปิดไว้คลอเบาๆขณะที่ดิฉันกำลังเลือกห่านตัวที่ถูกใจอย่างสุนทรีย์ คุณคนตรวจ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อย่ามาหักคะแนนฉันเพียงเพราะฉันทำเหมือนไม่ได้จริงจังกับงาน ไม่รู้อะไรก็อย่าพูดจะดีกว่า... แล้วฉันก็ลั้นลาต่อไป...

                ไม่สิ... เขียนรายงานให้คุณคนตรวจอ่านก่อนเป็นดี

                “คิดจะพูดแต่ก็พูดอย่างไม่คิด รู้ไหมว่าหนึ่งชีวิตของใคร ต้องเกิดปัญหา...”

                สรุปแผนงานคร่าวๆได้ดังนี้

  1. ดิฉันกับดาร์ซีจะแยกกันทำงาน โดยที่ดาร์ซีและคณะจะไปที่พิพิธฯรพ. ส่วนฉันจะไปที่เมืองและหมู่บ้าน จับห่านใส่อะไรก็แล้วแต่จะสะดวก
  2. ส่งคนเข้าไปเคลียร์ไร่องุ่น แน่นอนว่าไร่องุ่นย่อมต้องมียุ้งฉางหรือโรงหมักไว้เพื่อเก็บผลิตผล ก็ส่งคนเข้าไปเคลียร์พื้นที่สักยุ้งให้โล่งว่าง หรับเป็นที่อยู่ของน้องห่าน
  3. ต้อนน้องห่านในไร่องุ่นเข้าไปในยุ้ง และนำน้องห่านที่จับได้ทั้งหมดใส่ยุ้ง

รายละเอียด : ห่านทั้งหมด 1000 ตัว -  /ในเมือง 300 ตัว /ในพิพิธฯรพ. 300 ตัว /ในไร่องุ่น 400 ตัว

                “เจ็บช้ำปางตาย...”

                ดิฉันก็ไม่รู้ว่าดาร์ซีและคณะ ไปจับห่านกันยังไง เชิญไปอ่านในรายงานฉบับจับห่านของดาร์ซีที่แนบมาด้วยนี้เอาเองเพื่อความละเอียดลึกซึ้ง

                “ชีวิตวุ่นวาย... คิดมันไปว่าจริง”

                ดิฉันใช้วิธีเรียกกำลังเสริมจากเหล่ากลุ่มโยตาคุผู้คลั่งไคล้ดิฉันมาช่วยจับห่าน (ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนเป็นไปตามสัญญาของดิฉันและโยตาคุ จะไม่เปิดเผยในเนื้อหารายงานฉบับนี้) กำลังโยตาคุช่วยฉันจับห่านทั้งหมด 220 คน โดยฉันใช้คนมาช่วย150คน ส่วนอีก70คนส่งไปช่วยในเรื่องการขนส่งและตรวจตราความปลอดภัย

                “ลุ่มหลงเชื่อใจ...”

                สำหรับการจัดการพื้นที่โรงไวน์หรือยุ้งฉางไร่องุ่นนั้น ฉันใช้กำลังคนของลลนาเข้ามาช่วย (ลั้นลาให้ฉันยืมคนได้ทั้งแก๊ง... อืม... ฉันไม่แน่ใจว่าจะใช้ลักษณะนามว่าแก๊งดีหรืออะไรดี ดังนั้นใช้คำว่าทั้งแก๊งไปก็แล้วกัน) ดังนั้นงานจัดการที่ว่างนั้นจึงเสร็จไปอย่างรวดเร็ว

                “กับถ้อยคำร้าย...ร้าย........”

                “พวกคุณย่อมทราบดีว่าขณะนี้มีฝูงห่านออกสร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณ ดิฉันเองก็ทราบดีว่าในบรรดาพวกคุณนั้นมีกลุ่มผู้ที่ถูกฝูงห่านทำให้ได้รับความเสียหายทั้งร่างกาย จิตใจ และทรัพย์สินอยู่เป็นอันมาก ในการนี้ ดิฉันได้รับคำสั่งลงมาให้กวาดต้อนฝูงห่านไปกักเก็บไว้เพื่อนำส่งให้ทางการอีกครั้ง เพื่อเป็นการยุติความเดือดร้อนของพวกคุณทุกคนโดยจะฆ่าหรือทำให้บาดเจ็บมิได้ ด้วยฝูงห่านเหล่านี้เป็นสินค้าราคาสูงของประเทศที่หากทำให้เสียหายไปจะเกิดความเสียหายอันยากจะประเมินค่าได้กับเศรษฐกิจของประเทศและจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นทันที พูดง่ายๆก็คือ จะเกิดกลียุค ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอยาก มีโจรชุกชุม วิ่งราวทรัพย์ ทั้งปล้นทั้งขโมย เกิดเหตุวิปโยคมากมายต่างๆนาๆขึ้น ทั้งนี้ล้วนจากเกิดจากสาเหตุเดียวคือเศรษฐกิจตกต่ำเพราะจำนวนห่านที่ถูกฆ่า...

                “แต่ถ้าหากไม่เร่งกำจัด ห่านก็จะนำความเดือดร้อนมาให้ ข้อนั้นดิฉันทราบดี แต่จะให้ลำพังดิฉันคนเดียวไล่จับห่านทั้ง1000ตัวนั้นเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีพวกคุณคอยช่วยเหลือ... เพื่อตัวคุณ เพื่อครอบครัวของคุณ เพื่อสังคมและประเทศชาติของคุณ... เราจะมาร่วมใจกันในวันนี้ วินาทีนี้ เพื่อเร่งจับห่านให้หมดไป...

                “ดิฉันจึงอยากวอนขอแรงของพวกท่านทุกคนให้สามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้... ได้หรือไม่คะ?”

                “เอะอะก็ว่ารัก เอะอะก็คิดถึง แต่เธอไม่เคยซึ้งไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยทำให้รู้ ไม่เคยทำให้เห็น ไม่ห่วงเลยว่าใครจะเป็นจะตาย”

                สุนทรพจน์ของดิฉันที่ส่งไปให้ริมาพากย์เสียงแล้วเอากลับมาเปิดพร้อมท่าทีลิปซิง+แสดงละครนิดๆหน่อยๆเรียกเสียงกระหึ่มจากประชาชนได้มากพอๆกับเสียงเพลงท่อนทุกข์ที่ดังอยู่ในตอนนี้...

“คำพูดที่ไม่เคยคิด ที่จริงก็คือยาพิษ ทำลายชีวิตของคนงมงาย”

มันเป็นเพลงที่ดีนะ... ดิฉันไม่ได้ล้อเล่น

“เธอจะรู้บ้างหรือเปล่า คิดหรือเปล่า ว่ามีใครเขาทุกข์ทน”

ดิฉันมองผู้คนรอบกาย... แล้วขยับยิ้ม ร้องเนื้อเพลงท่อนทุกข์ท่อนสุดท้ายเบาๆ...  “พิษของคำคน...ร้ายแรงแค่ไหน...?”

เท่านี้ชาวเมืองก็ร่วมมือร่วมใจกับดิฉันในการช่วยจับห่าน เพียงดิฉันแต่งตัวเป็นสาวน้อยในฟาร์มด้วยเสื้อยืดแขนยาวสีชมพูพาดเทากับเอี๊ยมสีครีม ถักเปียสองข้าง ใส่บูทยาง ถุงมือผ้าหยาบ และหมวกสาน และวิ่งไล่จับห่านร่วมกับชาวบ้าน ทุกคนก็มองดิฉันด้วยสายตาที่เป็นมิตร จากคนต่างถิ่นในชุดเรียบร้อยพิธีการก็กลับกลายมาเป็นกันเอง ดิฉันทำแซนด์วิชไปร่วมรับประทานเป็นมื้อกลางวันด้วยกันกับชาวบ้านบนผืนหญ้าใต้ร่มไม้ ดิฉันที่เข้าไปช่วยเด็กเล็กๆที่หกล้ม...

อย่างว่าล่ะค่ะ ดิฉันว่าเพลงนี้ความหมายดีจริงๆนะคะ...

“คำง่ายๆที่เธอใช้บอกกับฉัน รู้ไว้ด้วยว่าความหมายของมัน สำคัญแค่ไหน...”

วันแรกในการทำภารกิจหมดไปอย่างไม่น่าเสียดายอะไร ห่านในตัวเมืองถูกจับโดยเหล่าโยตาคุ ชาวเมือง และดิฉัน หน่วยเคลื่อนย้ายของต้องห้ามสำหรับค้าขายของลั้นลาที่มีมาตรการระวังของหาย ของหนี หรือการค้นจากตำรวจมาช่วยอพยพห่านไปที่ไร่องุ่นในตอนที่ดวงอาทิตย์ตกดิน ดิฉันจึงมั่นใจว่าจะไม่มีห่านตัวไหนหลุดรอดออกมาได้แม้แต่ตัวเดียว และแน่นอนว่าจะไม่มีห่านตัวไหนบาดเจ็บด้วย (นอกจากมันจะตีกันเอง) เพราะไม่อย่างนั้นคนที่มาขนส่งให้คงได้รับโทษหนักเบาที่น่ากลัวไม่น้อยไปตามๆกัน...

                “เจ็บช้ำปางตาย... ชีวิตวุ่นวาย... คิดมันไปว่าจริง”

                ดิฉันร่วมรับประทานอาหารค่ำรอบกองไฟที่กลางแยกในตัวเมืองที่เสียหายจากการโจมตีของห่านอย่างเป็นกันเอง หัวเราะเล่นหัวและไม่ถือสา...

                “ลุ่มหลงเชื่อใจ... กับถ้อยคำร้าย...ร้าย...”

                คืนที่ 1 หลับฝันดี...

                เช้าวันต่อมา ดาร์ซียังคงจัดการกับทางพิพิธฯรพ.ไม่เสร็จ ดิฉันเห็นว่าการจะอพยพผู้ป่วยไปนั้นคงยังไม่ได้แน่ จึงจัดหาคลินิกเล็กๆในเมือง เร่งจัดการซ่อมแซมและทำความสะอาด เตรียมพื้นที่ไว้เพื่อรักษาคนเจ็บ ผู้ที่บาดเจ็บไม่มากก็ให้พักรักษาอยู่ที่บ้านของตัวเอง สถานการณ์ค่อนข้างจะเป็นไปอย่างวุ่นวายตั้งแต่ตีสี่จนเวลาล่วงไปถึงบ่ายกว่า นอกจากคนป่วย แทบจะไม่มีใครที่อาหารตกถึงท้อง แน่นอนว่าฉันย่อมเตรียมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อคืน...

                เจลี่บิวเต้ช่วยคุณได้...

                แน่นอนว่ามันสะดวกต่อการพกพาและดื่มในเวลางานด้วย แน่นอนว่าฉันย่อมแบ่งให้หลายๆคนทานด้วย แน่นอนว่าเหล่าโยตาคุที่ได้รับเจลี่บิวเต้จากมือฉันที่แต่งตัวเป็นนางพยาบาลสาวช่วยดูแลคนเจ็บย่อมฟินไปตามๆกัน...

                และพวกเราชาวเมืองที่เหลือก็ร่วมรับประทานอาหารมื้อแรกของวัน(ไม่นับเจลี่บิวเต้)กันที่สวนสาธารณะของเมืองโดยอาหารมื้อนี้เป็นฝีมือของเหล่าโยตาคุที่เต็มใจจะช่วยเหลือ...

                ยามบ่ายจนถึงเย็นและคืนนั้นเป็นเวลาพักผ่อนของทุกคน มีเพียงการเปลี่ยนยามเฝ้าดูผู้ป่วยและดูแลความปลอดภัยบริเวณโดยรอบเท่านั้นที่เป็นหน้าที่การงาน...

                “เอะอะก็ว่ารัก เอะอะก็คิดถึง แต่เธอไม่เคยซึ้งไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยทำให้รู้ ไม่เคยทำให้เห็น ไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นจะตาย...”

                ฉันพูด(ลิปซิงก์)สุนทรพจน์ขอบคุณทุกคนครั้งหนึ่ง... และครั้งนี้ก็ได้เสียงตอบรับที่ดีไม่แพ้ครั้งก่อน มีเพิ่มมาคือรอยยิ้มและกำลังใจจากทุกคน...

                “คำพูดที่ไม่เคยคิด ที่จริงก็คือยาพิษ ทำลายชีวิตของคนงมงาย เธอจะรู้บ้างรึเปล่า คิดรึเปล่า... ว่ามีใครเขาทุกข์ทน? พิษของคำคน... ร้ายแรง... แค่ไหน..?”

                จริงๆก็เพราะดิฉันทราบดี... ว่าพิษของคำพูดสักคำน่ะ มันร้ายแรงขนาดไหน... คำพูดที่ดูเหมือนไม่ได้คิด คำพูดที่ดูจริงใจ แท้จริงข้างในคืออะไร..? จริงๆคิดมาก่อนไหม..? ไตร่ตรองมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหมว่าถ้าพูดแบบนี้ด้วยท่าทีแบบนี้ไป ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร..? ไม่ทราบสิคะ... ดิฉันไม่ทราบว่าถ้าทำทุกอย่างแบบนั้น แล้วผลจะได้ยิ่งกว่านี้หรือเปล่า?

                วันที่3...

                ดาร์ซีติดต่อมาว่าทางพิพิธฯรพ.เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังมื้อเช้า ดิฉันจึงเร่งให้ขนย้ายคนป่วยไปพักรักษาที่นั่น จากนั้นงานวันนี้ก็ไม่มีอะไรอื่นอีกนอกจากการยืนเวร ดิฉันแถลงการณ์ว่าพรุ่งนี้จะรวมกับเพื่อนร่วมงานของดิฉัน (ซึ่งก็คือดาร์ซี) ไปจัดการกับฝูงเป็ดอีก400ตัวที่เหลือที่ไร่องุ่น ดิฉันไม่บังคับ แต่ใครที่ยังคิดจะเสียสละไปกับดิฉัน ก็ขอให้ตามดิฉันไป... ครั้งนี้ดิฉันรวบรวมชาวบ้านทั้งหมดรวมโยตาคุที่จะไปกับดิฉันได้ทั้งสิ้น 360คน โดยที่กลุ่มหนึ่งยืนยันจะคอยดูแลคนป่วยและอยู่ยามที่ตัวเมือง

                วันที่ 4

                ดิฉันกับดาร์ซีรวมตัวกันหลังมื้อเช้า บอกผู้ร่วมขบวนการจับห่านทั้งหมดว่า จะไม่มีการหยุดพัก จนกว่าภารกิจไล่จับห่านด่านสุดท้ายจะสำเร็จ แล้วเราจะเลี้ยงฉลองกันเสียทีเดียวเลย

                “ล้านคำลวงหลอกหลอน...หัวใจ  วาดวิมานบนฟ้า...แสนไกล”

                ดิฉันทำท่าจริงจัง บอกว่าพวกเราต้องสามัคคีกันให้มาก... บอกว่าสุดท้ายแล้ว เราจะต้องมีความสุขกันทุกคน...

                “ล้วนเติมแต่งจากคำ...ของใคร?  แล้วความจริงอยู่ตรง...ที่ใด?”

                พวกเราเคลื่อนขบวนไปจนถึงไร่องุ่นในเวลาใกล้เที่ยง แล้วตีปิดล้อมไร่องุ่นจากด้านนอก ส่งคนมีฝีมืออันได้แก่ผู้ทำปศุสัตว์และการเกษตรเข้าไปไล่จับห่านกันด้านใน ดิฉันกับดาร์ซีและคณะเข้าร่วมด้วย กลุ่มคนที่ปิดล้อมด้านนอกบีบวงเข้ามาเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็เหลือเพียงรอบโรงเก็บผลผลิตที่ใช้สำหรับเก็บห่านชั่วคราว...

                ห่านทุกตัวถูกจับใส่โรงขนาดใหญ่นั้น กว่าจะทำสำเร็ว ก็กินเวลาไปจนตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว...

                “เชื่อคำลวงสุดท้าย...เสียใจ  โลกความจริงเรียนรู้...หมุนไป”

                ดิฉันจัดงานเลี้ยงฉลองที่ไร่องุ่น(โดยขออนุญาตและใช้เงินเข้าหมุนเศรษฐกิจของไร่องุ่นที่นี่กับเจ้าของไร่เป็นที่เรียบร้อย) เชิญชาวเมืองทุกคน และเชิญผู้ร่วมงานทุกคนเข้าร่วม ดิฉันกับดาร์ซีนำฝอยทองแบบกาญจนาที่ช่วยกันทำเมื่อวันก่อนออกมาเลี้ยงโยตาคุที่เข้ามาช่วยโดยการส่งให้มือต่อมือ แน่นอนว่าดิฉันกับดาร์ซีก็คอสเพลย์ด้วย ดิฉันห้ามทุกคนไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่ให้ดื่มน้ำองุ่นเพื่อสุขภาพแทน คืนนั้นเป็นไปอย่างสนุกสนานและรื่นเริง...

                สุดท้ายของค่ำคืน... ดิฉันกล่าว(ลิปซิงก์)ขอบคุณทุกคน และเชิญไปพักผ่อน ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรและเป็นกันเองที่สุด ดิฉันยิ้ม... และยิ้มให้... ดิฉันมีความสุข... กับการที่งานครั้งนี้สเร็จลงได้ด้วยดี...

                “ทบและทวนไตร่ตรอง... ข้างใน  ให้เวลาตัดสิน... หัวใจ”

                ดิฉันร้องเพลงขึ้นเบาๆกับตัวเอง ท่ามกลางความมืดยามค่ำคืนที่ร้างคน... เสียงหายใจผ่อนยาวเป็นจังหวะแสดงถึงนิทรารมณ์อันแสนสุขดังแผ่วในบรรยากาศที่สงบเงียบ...

                ลั้นลาโผล่ออกมาจากความมืดอย่างเงียบเชียบ แต่กลับทำตลกด้วยการแกล้งสะดุดล้มหน้าคะมำ รุ่นน้องของดิฉันหัวเราะให้แผ่วเบาพร้อมรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์รู้ทัน...

                “ลั้นแทบไม่ได้ช่วยพี่ลิดาเลยนะคะเนี่ย”

                “ก็ไม่ผิดจุดประสงค์เดิมของเธอนี่ ตอนแรกก็กะจะมาถ่ายรูปกับฝูงห่านอย่างเดียวอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เธอก็แค่ให้ฉันยืมกำลังคนที่ติดตามมาด้วยเท่านั้นเอง”

                “แหมๆ แต่ลั้นก็ได้ใส่ชุดมาสคอตห่านอ้วนกลมถ่ายรูปกับฝูงห่านไปตามที่ต้องการเรียบร้อยแล้วล่ะนะคะ” ลั้นลายิ้มสวยให้ “ว่าแต่... พี่ลิดาใส่ ‘ยาพิษ’ ลงไปในอาหารทุกมื้อของทุกคนตั้งแต่วินาทีแรกเลยสินะคะ..?”

                ดิฉันยิ้ม ด้วยรู้ดีในความหมายนั้น... “ตั้งแต่น้ำแก้วแรกต่างหาก...”

                “ร้ายนะคะ”

                “ไม่งั้นคงคบกับเธอไม่ได้...”

                “แหม...” ลั้นลาบ่นอุบ เสียงเล็กๆใสๆที่บ่นนั่นฟังดูกระจุ๋งกระจิ๋งจนดิฉันหลุดหัวเราะ เจ้าตัวก็ทำหน้ามุ่ยอยู่สักสามวินาทีแล้วก็หัวเราะตาม “แต่มันเป็นยาพิษที่ทำให้ทุกคนชุ่มชื่นหัวใจมากเลยนะคะ...”

                ดิฉันเพียงยิ้ม... “แต่พิษของมันก็คือจะทำให้เหนื่อยล้าไปอีกสองสามวัน แถมไม่ได้อะไรตอบแทนเลยนอกจากสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วกลับมาเหมือนเดิมอย่างไรล่ะ!”

                “พี่ลิดาทราบไหมคะ... แค่นั้นก็พอแล้วสำหรับหลายๆคน” ลั้นลาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะฮัมเพลงขึ้นเบาๆ...

                “เอะอะก็ว่ารัก เอะอะก็คิดถึง แต่เธอไม่เคยซึ้งไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยทำให้รู้ ไม่เคยทำให้เห็น ไม่ห่วงเลยว่าใครจะเป็นจะตาย...”

                ดิฉันยิ้ม... ร้องประสานขึ้นมาด้วยทันที...

“คำพูดที่ไม่เคยคิด ที่จริงก็คือยาพิษ ทำลายชีวิตของคนงมงาย เธอจะรู้บ้างหรือเปล่า คิดหรือเปล่า ว่ามีใครเขาทุกข์ทน ?”

...พิษของคำคน... ร้ายแรง...แค่ไหน..?...

 

ปาลิดา มณีพิทักษ์สันติ  

 

ปัจฉิมลิขิต ดิฉันยืนยันมา ณ ทีนี้ว่า ดาร์ซีได้ร่วมทำงานกับดิฉันจริง

ทั้งนี้ ดิฉันได้แนบรายงานของดาร์ซีมาให้ ณ ที่นี้แล้ว

รายงานของดาร์ซี ฉบับที่ 1

รายงานของดาร์ซี ฉบับที่ 2

               

 

                

Comment

Comment:

Tweet

@cpthippo ลิดา-"เจลี่บิวเต้" ค่ะ =v= //เดี๋ยวโดนลิขสิทธิ์ ฮา//ฉันว่ารสสตรอเบอร์รี่อร่อยค่ะ แต่จริงๆสเลอปรี้อร่อยกว่าค่ะ =v=+

#2 By CheriAnra on 2012-11-13 22:24

เจเล่บิวตี้รสโกจิเบอร์รี่อร่อยจริงค่ะ คุณลิดา ฉันเคยทานแล้ว - ดาร์ซี

#1 By cpthippo on 2012-11-13 21:48