เหมือนเป็นการจับคู่ที่... น่าสงสารโจรที่สุดเท่าที่คิดได้แล้วล่ะ... ลิดากับรูนน่ะ... =v=;;
ส่วนงูแมงมุมก็... 5555 เอาเป็นว่าหาข่าวคราวได้จากฟิคเลยจ้า
**คำเตือน มันยาวมาก
 
 

VCev. Help master [Karren-Careszar]

                มือบางขยำกระดาษประกาศแถลงสถานการณ์บ้านเมืองทิ้งอย่างไม่ใยดีหลังจากเอามันมาลองสีทาเล็บจนเกือบเต็มแผ่น หลังจากโยนมันลงถังขยะไปเป็นที่เรียบร้อย สาวเจ้าก็บรรจงแต้มสีดำลงบนเล็บตัวเอง...

                “คาเรสซา!” ลิดาเปิดประตูโครม ทำเอาสหายรักสะดุ้งเฮือก สีทาเล็บเยิ้มเต็มนิ้วชี้... “เรื่องสถานการณ์บ้านเมือง...”

                “ฉันรู้ตั้งนานแล้ว...” ว่าเนือยๆ เอาสำลีชุบน้ำยาล้างเล็บปาดสีเยิ้มๆออกจากนิ้วชี้ แล้วทาใหม่อย่างบรรจง “กระดาษประกาศนั่นฉันอ่านมาเป็นสิบรอบ กลุ่มบ้าอะไรชื่อกลุ่มปริศนาผู้ร้ายฆ่า...”

                ตานีสาวถอนหายใจ ถึงแม้จะไม่มีลมหายใจให้ถอนก็ตามที “ฉันรู้ แต่... เธอรู้รึยังล่ะว่าพ่องูน้อยของเธอน่ะ ถูกจับไปแล้ว”

                !!!

                เล็บนิ้วนางเต็มไปด้วยสีทาเล็บเยิ้มๆ....

                “หมอนั่นจงใจให้ฉันไปช่วยชัดๆ!!”

                ลิดาพยักหน้า “อาฮะ แล้วเธอจะทำยังไง? ไปช่วย หรือว่าปล่อย?”

                คาเรสซายักไหล่ ลบสีเล็บนิ้วนาง แล้วทาใหม่... “ก็...หมั่นไส้น่ะนะ แต่เล่นลงทุนถึงขนาดี้ก็น่ารักถูกใจฉันเกินไปหน่อย... หาเรื่องน่าสนุกให้ไม่เว้นแต่ละวัน หึหึหึ... ไว้รอทาเล็บเสร็จจะไปช่วยแล้วกันนะ...” ประโยคหลังๆชักจะกลายเป็นการพึมพำคนเดียว... “จะช่วยออกมาเหมือนจอมมารไปลักพาตัวเจ้าหญิงเชียวล่ะ คุณงูที่รัก....”

 

 

“เนียนพอรึยังฮะ?”รูนว่าพลางพันเชือกที่หลังมือของอีกฝ่าย มือผอมบางแลดูไร้เรี่ยวแรงนั้นกลับคล่องแคล่วจนน่าเหลือเชื่อ

 “ยัง!” คาร์เรนปฎิเสธก่อนจะอธิบายด้วยน้ำจริงจัง“เอาแน่นกว่านี้อีก ขืนคารี่แก้ง่ายๆก็หมดสนุกกันพอดีสิ”

อีกฝ่ายโดนเชือกพันเต็มตัวติดพนักเก้าอี้ เหลือแค่เทปปิดปากก็จะอยู่ในสภาพตัวประกันแสนดีรอให้คนมาช่วยแบบในหนังเป๊ะ

 

...แต่คงไม่มีตัวประกันบ้านไหนถล่มผู้ร้ายซะเรียบก่อนจะยอมให้ตัวเองโดนจับมัดหรอกนะ

แม้ว่าเจ้าตัวจะอยู่ในสภาพมัมมี่กระดุกกระดิกไม่ได้ แต่ไอ้สภาพทางเดินโล่งโจ้งมีตัวกีกี้(?)ให้เล่นด้วยสองสามตัว ให้คนมาช่วยเข้ามาแบบชิวๆ ตบกีกี้เล่นแบบชิวๆ แล้วก็แก้มัดแบบ(ไม่)ชิว นี่มันไม่เนียนเลยซักนิด!

อีกอย่างพี่แกเป็นผู้ส่งสารไม่ใช่เรอะ ต่อให้โดนมัดทั้งตัวเป็นดักแด้แค่วาร์ปหนีก็จบแล้ว

ผู้ใหญ่สมัยนี้นี่เข้าใจยากจริงๆ

แวมไพร์น้อยรำพึงกับตัวเอง หลังจากจับคาร์เรนมัดแล้วเขาต้องจับตัวเองมัดต่อรอลิดามาช่วย แล้วหลังจากลิดามาช่วยแล้วเขาจ้องจับมัดลิดาต่อรอเคออสมาช่วยอีก นี่มันอะไรกันเนี่ย…? จากเหตุการณ์คับขันที่มีผู้ร้ายเกรียนแตกอาละวาดลักพาตัวกลายเป็นอีเว้นท์บันเทิงฆ่าเวลาของสมาคมไปเรียบร้อยแล้ว

พี่คาเรสซาจะยอมมาช่วยจริงๆเหรอฮะ?”ร่างเล็กเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งพลางพันเทปกาวเสริมอีกชั้นให้แน่นขึ้น โดยจงใจออกแรงเต็มที่ด้วยความหมั่นไส้

“มาอยู่แล้วล่ะน่า” คาร์เรนยิ้มตอบ ถึงรอยยิ้มจะกระตุกเพราะรูนเล่นมัดซะจนเขาแทบหายใจไม่ออกก็เถอะ

 

แล้วถ้าคารี่ไม่มาจริงๆล่ะ…?

เขาก็จะ…จะ…จะส่งตัวเองในสภาพโดนมัดถึงหน้าบ้านคารี่เลยเอ้า!

                ...

                ...

                คาเรสซาชักใยมองบรรดา “กี้กี้” อย่างหน่ายๆบนคบไม้ ก็รู้แล้วล่ะนะว่าคาร์เรนจงใจส่งตัวเองมา แต่แบบนี้มันก็จงใจไปหน่อย... แมงมุมสาวถอนหายใจ สร้างใยจากกิ่งไม้หนึ่งไปสู่อีกกิ่งหนึ่ง ต่อไปตามเสาไฟฟ้า สายไฟ ไปจนถึงโกดังกลางแจ้งได้อย่างสบายๆ จากนั้นก็แค่ไต่ไปตามกำแพงโกดัง เข้าตามช่องหน้าต่างเล็กๆ แล้วมองสภาพมัมมี่ส่งสารแห่งสามภพกลางห้องด้วยความรู้สึกปนเป...

                หน่าย... ขำ... เอ็นดู... อยากแกล้ง แล้วก็จับกอดแน่นๆให้ร้องโอดโอยไปเลยทีเดียว...

                ทิ้งใยพาตัวเองลงจากขอบหน้าต่างแล้วกลับร่างของหญิงสาว ร่างบางย่องเบาเข้าทางด้านหลังตัวประกันกำมะลอ... ก่อนจะ...

                “เรน หาเรื่องใส่ตัวชะมัดเลยนะ”

                “แต่ก็ยอมมาช่วยจริงๆสินะครับ?”

                “ก็ฉันอยากเป็นตัวร้าย...” คาเรสซากระตุกยิ้ม เดินอ้อมไปด้านหน้าแล้วนั่งลงตรงหน้างูหนุ่ม “นี่กะจะมาลักพาตัวเธอไปหรอกนะถึงยอมมา เธอน่ะ เป็นเจ้าหญิงให้ฉันลักพาตัวไปสักวันก็แล้วกันนะ”

                "ถ้าจอมมารจะน่ารักขนาดนี้ข้ายอมเป็นนาง(นาย)ทาสเลยก็ได้นะ"

                “ก็ดี” ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มสวย เร็วเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว คาเรสซาก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วโน้มใบหน้าเข้าจุมพิตคาร์เรนอย่างดูดดื่มจนต้องเบนมุมกล้องไปที่ช่องหน้าต่างแทน

                ริมฝีปากอิ่มถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันจะจัดการลักพาตัวเธอก่อนก็แล้วกัน ส่วนเรื่องของเราน่ะ ไว้วันหลัง” ว่าแล้วสาวเจ้าก็ถลกชายกระโปรงยาวเผยเรียวขาขาวน่าเจี๊ยะ(?)จนคาร์เรนได้แต่ต้องกลืนน้ำลายแล้วเสมองไปทางอื่น มือบางหยิบมีดพกที่เหน็บไว้ตรงต้นขาออกมา จัดการตัดเชือกออกให้อย่างระมัดระวัง

                แน่นอนว่าพอถึงเชือกชั้นสุดท้าย แม่แมงมุมสาวก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ลอยหลุดมือ จงใจสะกิดปลายมีดถากเสื้อคาร์เรนให้ขาดเป็นริ้ว!!

                “ถ้าเจ้าอยากดูกล้ามข้าอีกกลับไปข้าถอดให้ดูก็ได้นะ”  งูหนุ่มว่าพลางกลั้วหัวเราะ

                “เอาสิ ไปทะเลแล้วถอดเสื้อใส่แค่ชุดว่ายน้ำชายแล้วเล่นซะ” คาเรสซายิ้มหวาน

                “ไปทะเล?” คาร์เรนว่าทวน “เพิ่งไปมาไม่ใช่เหรอ?”

                “ก็ฉันอยากไปอีกนี่” ว่าพลางดึงเชือกออกจากร่างของชายหนุ่ม แน่นอนรวมถึงเสื้อที่ขาดเป็นริ้วไปแล้วด้วย “นี่ เรน ว่าไปวันนี้เธออยากพูดอะไรกับฉันสักสองสามประโยคไหม?”

                ชายหนุ่มลุกขึ้น ยืนยืดแขนขาให้หายเมื่อยแล้วกล่าวถาม “มากกว่านั้นได้ไหม?”

                คาเรสซาหันมอง ขณะวางขาบนเก้าอี้ ถลกกระโปรงขึ้นสูงแล้วเก็บมีด “เอาสิ”

                “ขอบคุณที่มาช่วยจ้ะที่รัก จุ้บๆ ข้ารักเจ้าจัง แต่งงานกันเถอะ”

                รอยยิ้มสวยฉายชัดบนใบหน้า ก่อนที่สาวเจ้าจะเอื้อนเอ่ย... “ข้าก็รักเจ้า เรน แต่งงานกันเถอะ”

                ...

                ...

                หลังจากที่เรนถูกช่วยออกมา... เขาก็ต้องพบกับศึกหนักที่อาจจะหนักกว่าการปราบโจรทั้งกอง!!!

                “เรน...” เสียงหวานเรียก ก่อนที่แขนเรียวๆจะโผล่ออกมาจากห้องลอง “มานี่ๆ ฉันว่าปมมันต้องเป็นเงื่อนตายแน่ๆเลย ฉันกระตุกมันไม่ออก ช่วยแกะโบออกให้ทีสิ ฉันจะได้ลองบิกินี่อีกชุด”

                ภาพเบื้องหน้าคือร่างบางอ้อนแอ้น แขนเรียวรวบเรือนผมขึ้นเผยต้นคอขาวและปมเชือกที่คลายออก มือบางอีกข้างจับชุดด้านหน้าไม่ให้หลุด ขณะที่กลางแผ่นหลังขาวนวลเนียนคือปมเชือกที่ดูยังไงก็รู้ว่าจงใจทำพัน!!

                เรนจงใจมองลงช่วงเอวคอด ขณะที่มือก็ง่วนอยู่กับการปลดเชือก อย่างน้อยส่วนสะโพกของหญิงสาวก็มีผ้าบาติกสีสวยพันคลุมบิกินี่ชั้นในอยู่...

                ทว่า...

                “อุ๊ยตาย ผ้าหลุด”

                ผ้าผืนบางทิ้งกายลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล............

  

VCev. Help Master [Lida - Rune]

“แผนล่อกลุ่มลักพาตัวเหรอฮะ?”เด็กหนุ่มละสายตาจากกระดาษแถลงสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยถามอย่างสนใจ

“ใช่จ้ะ”ผีตานีสาวยิ้มร่า”ในเมื่อกลุ่มนั้นมีเป้าหมายคือลักพาตัว ก็ส่งคนเป็นเหยื่อล่อให้ทางนั้นลักพาตัวไป แล้วก็ถล่มให้เรียบไงจ๊ะ”

 

รูนพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะสรุปอย่างรู้ทัน“ว่าง่ายๆคือไปลอกคราบมันให้หมดตูดชดใช้ค่าเสียหายที่ใช่มั้ยฮะ?”

ถึงคนพูดจะเป็นเด็กชายตัวเล็กน่ารักน่าเอ็นดูแต่ประโยคที่เอ่ยออกมาช่างขัดกับหน้าตาซะเหลือเกิน

 

 “โฮะ โฮะ โฮะ ใช่แล้วจ้ะ”ตาสีสาวป้องปากหัวเราะ“ฉันจะไปเป็นตัวประกันให้เคออสมาช่วย แต่รูนจะไปเป็นตัวประกันให้ฉันก่อนก็ได้นะ จะได้ไปลอกคราบสองต่อเลย ว่าไง สนใจมั้ย”

ทางนี้เองก็พอกัน ถึงจะเป็นผีสาวหน้าตาสะสวยแต่ประโยคที่เอ่ยออกมานั้นชวนให้คนฟังขนลุกซู่

“แน่นอนฮะ!” 

มีโอกาสไปขูดรีดแถมได้ดูดค่าไฟฟรีบ้านคนอื่นทั้งที ทำไมจะไม่ไปล่ะ!

 

คู่หูดูโอ้ที่น่าสะพรึงที่สุดมาเยือนแล้ว!(?)

 

                ...

                ...

                หลังจากปล่อยให้รูนถูกจับ...หรือจริงๆคือไปเสนอตัวให้โจรจับเมื่ออาทิตย์ก่อน ผู้ปกครองจำเป็นก็คิดว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วที่จะไปรับลูกศิษย์กลับมาจากการเข้าค่ายผจญภัยในรังโจร

ลิดาเตรียมของที่จำเป็นต้องใช้ในการไปช่วยเหลือรูน นัยน์ตาคู่สวยปรายมองรายการของบนกระดาษ และคาดว่าคงไม่ต้องตรวจอย่างถี่ถ้วน เพราะมันเขียนไว้แค่ว่า “ถุงใหญ่ๆสักใบ”

                ตานีสาวจัดแจงจัดการห่มสไบทับผ้าแถบแล้วคลี่ปมโจงกระเบนมาใส่ใหม่ให้หางกระเบนได้ทรงสวยก่อนจะคาดทับด้วยเข็มขัดเงินแท้เนื้อดี ใส่กำไลหมั้นที่ค้างคาวบางตนให้มา หยิบหวีมาสางผมจนสลวยแล้วเกล้าผมด้านข้างขึ้นไปทับด้านหลังศีรษะ เรียกได้ว่าแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นสาวไทยแท้แต่โบราณมา...

                นอกหน้าต่าง...จันทร์เต็มดวงกำลังฉายแสงแจ่มจรัสบนฟากฟ้า เสียงใบไม้ไหวเสียดสียามต้องลมเย็นพลิ้วแผ่วไหว ลิดาคลี่ยิ้มสวย... เดินออกจากห้อง แล้วเปิดประตูไม้หน้าเรือนของตน ก้าวเท้าเปลือยเปล่าลงบนบันไดไม้...

                เอี๊ยด...

                เสียงบันไดไม้ลั่นแผ่ว... สุนัขที่อยู่แถวนั้นพากันเห่าหอน....................

                ร่างสวยจัดการตัวเองให้โปร่งแสงแต่ไม่โปร่งใส แล้วพาตัวเองลอยล่องไปยังแหล่งกบดานของกลุ่มโจร

                ...

                ...

                โจรสองสามคนที่นั่งก๊งเหล้าอยู่หน้าบ้านร้างเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมากับลมที่ยะเยือกขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ผิดกับตัวประกันในบ้านที่นั่งกดเกมอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตามจดหมายที่ส่งมาให้เมื่อวันก่อน เหมือนผู้ปกครองของเด็กคนนี้จะมารับตัวกลับในคืนนี้พร้อมเงินประกัน

                “เห็นว่าผู้ปกครองของเด็กนี่เป็นสาวสวยซะด้วยว่ะ” หนึ่งในกลุ่มโจรพูดขึ้น

                “หึหึ งั้นก็จับมัดเป็นตัวประกันอีกคนไหมล่ะ? ถ้าเป็นสาวสวยพวกเราก็ได้ลาภปาก...” บทสนทนาเริ่มพาไปในทางมิดีมิร้าย...

                “แต่ไอ้เด็กนี่ก็ว่าง่ายว่ะ ปล่อยไว้เฉยๆก็ไม่หนี นั่งเล่นเกมอย่างเดียว”

                “เออว่ะ ผู้ปกครองสาวสวยของเกนี่อาจจะว่าง่ายก็ได้นะเว้ยยย ถ้าบอกให้นอนบนเตียงดีๆ ฮ่าๆๆๆ”

                สายลมวูบหนึ่งพัดมา... ดงกล้วยแถวนั้นสั่นไหวเพราะใบตองใบใหญ่ กลิ่นธูปลอยตามลม...

                “เฮ้ย” โจรคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ได้กลิ่นอะไรมั้ยวะ? กลิ่นเหมือนธูป?” โจรที่เหลือมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สูดจมูก ก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ “นี่พวกเราไม่ได้เมาไปเองใช่มั้ยวะ?”

                โจรอีกคนมุ่นคิ้ว... “เพิ่งจะแก้วครึ่ง ยังไม่เมาหรอกลูกพี่ กลิ่นมันแรงขึ้นมั้ยวะเนี่ย?”

                ทันใดนั้น หัวกลมๆก็โผล่ออกมาจากหน้าต่างบ้าน!! “ผู้ปกครองผมมารับแล้วล่ะฮะ!!”

                กระแสลมยะเยือดพัดผ่านอีกระลอกพาขนลุกซู่ กลิ่นธูปจางหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่เงาจะคุ่มของใครบางคนแถวดงกล้วย เสียงใบตองเสียดสีแผ่วลง แต่เสียงระนาดกลับดังขึ้นแทน...

                แล้วกลุ่มโจรก็ต้องเบิกตาโพลง...

                ผืนผ้าสีเขียวสวยพลิ้วไหว เรือนผมยาวทิ้งตัวตามจังหวะการก้าวเดินช้าๆ เสียงฉิ่งตีราวกำกับ...

                “ฉันมารับเด็กในปกครองของฉันคืนค่ะ...”

                “คุณลิดา!!” รูนยิ้มกว้าง ปิดเกมกดตามจังหวะดนตรีไทย เสียงระนาดกับฉิ่งเงียบไป แล้วเจ้าตัวดีก็วิ่งเข้าหาอาจารย์ “สนุกมากเลยฮะ! ได้เล่นเกมทั้งวันสมใจอยากเลย”

                ลิดาก้มลงมองลูกศิษย์แล้วคลี่ยิ้มหวานชวนยะเยือกเสียวสันหลัง “แล้ว...รูนคิดว่าจะทำยังไงกับกลุ่มโจรพวกนี้ดีล่ะจ๊ะ?” ผายมือขาวซีดไปทางกลุ่มโจรที่ช็อคค้างสตั๊นท์ไปหลายวิแบบกู่ไม่กลับแล้วส่งยิ้มยะเยือกไปให้อีกสักรอบ “ว่าไงจ๊ะ ศิษย์ฉัน?”

“เอ..งั้น?”เด็กชายเอียงคอก่อนจะยิ้มด้วยสีหน้าไร้พิษภัยพร้อมด้วยประโยคสุดแสนจะเข้ากั๊นเข้ากัน”เอาให้หมดตูดเลยนะกันครับ

 

“ถ้างั้น”ตานีสาวยิ้มหวานยะเยือกชวนให้คนเห็นขนลุกซู่ พร้อมหยิบอาวุธสังหารรูปร่างกลมรีปลายแหลมสีม่วงอ่อนหรือที่รู้จักกันในชื่อ’หัวปลี’ชี้ไปทางกลุ่มโจร ”ช่วยกรุณาอยู่เฉยๆแล้วเอาทรัพย์สินทั้งหมดใส่ถุงนี่ด้วยนะคะ“

กลุ่มโจรได้แต่ทำหน้าหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ แม้ว่าสถานการณ์ตรงหน้าจะชวนหัวเราะขนาดไหนแต่พวกเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบสุดๆเลยน่ะสิ!

แวมไพร์ตัวน้อยเห็นแล้วทำสีหน้าเห็นอกเห็นใจพร้อมเดินไปตบบ่าโจรแปะๆ”ไม่ต้องห่วงนะฮะ ผมจะเอาทรัพย์สินของพวกคุณไปขายให้ได้ราคาดีที่สุดเอง”

…แต่ประโยคที่เอ่ยออกมานั้นไม่เรียกว่าเห็นใจเลยซักนิด!

“เอ้า! รีบๆส่งของมาสิคะ!”ลิดายื่นถุงออกมา ก่อนจะคลี่ยิ้มด้วยสีหน้าปานแม่พระ”อ๋อ ลืมบอกไป ทรัพย์สินที่ว่าหมายถึงสิ่งของในครอบครอง ดังนั้นชุดชั้นในก็ไม่เว้นนะคะ”

 

.

 

.

 

.

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!”
...และแล้วคืนนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงโหยหวนของกลุ่มโจรลักพาตัว

___________________________________________________________

 

 

(แถม?)
รูน : ว่าแต่ที่ให้มัดพี่ลิดารอพี่เคออสมาช่วยนี่เอาจริงเหรอฮะ

ลิดา : แน่นอนจ้ะ! โชลมเลือดเยอะๆเลยนะ มัดให้แน่นๆจะได้ดูน่าสงสาร!
รูน : แต่คุณโจรโดนลอกคราบกันหมดแล้วนะฮะ? มันจะเนียนเหรอ

ลิดา : ปล่อยตัวกีกี๊(?)ไปให้เคออสฟัดเล่นก็พอแล้ว ส่วนโจรน่ะเก็บไปรีดไถค่าเสียหายต่อไงคะ ฮุๆๆๆๆ

รูน : …

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อุ๊ยเฮ้ย คู่บนมันช่างอีโร..#ผิด
หวานไปแล้วววว//กัดผ้าเช็ดหน้า

#2 By Chessmily on 2013-04-06 15:48

แอร๊ย ลงแล้ว
คู่นี้ขอแต่งงานกันได้เกรียนมาก555555

#1 By SeMi™ on 2013-04-04 19:59